เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้อง 

เลือกเปลี่ยนภาษา
ไทย อังกฤษ

ราคาน้ำมันแตะสงสุดรอบ 7 สัปดาห์ รับจีนเลิกคุมโควิดใช้น้ำมันพุ่ง

Topic

( 24 มกราคม 2566 )  ราคาน้ำมันโลกทรงตัวในระดับสูงสุดรอบ 7 สัปดาห์ จากการคาดอุปสงค์จากจีนจะเพิ่มขึ้นวันละครึ่งล้านบาร์เรล/วัน และเฟดผ่อนคลายดอกเบี้ยหนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว

ราคาน้ำมันทรงตัวจากระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนแห่ซื้อจากความคาดหวังว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์หรือความต้องการใช้น้ำมันจากจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ขยับขึ้นเล็กน้อย เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 88.19 เหรียญ/บาร์เรล สูงสุดตั้งแต่ 1 ธ.ค. ขณะที่ น้ำมันดิบ WTI ลดลงเล็กน้อย อยู่ที่ 81.62 เหรียญ/บาร์เรล สูงสุดตั้งแต่ 5 ธ.ค.

 

 

ราคาน้ำมันย้อนหลัง 15 วัน

ฝ่ายแผนและบริหารบริษัทในเครือ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานว่าราคาน้ำมันดิบ ICE Brent, NYMEX WTI และ Dubai สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3-4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยได้แรงสนับสนุนจากแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันของจีนฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ โดย IEA, EIA และ OPEC คาดการณ์อุปสงค์น้ำมันของจีน เฉลี่ยในปี 66 เพิ่มขึ้น 630,000 บาร์เรลต่อวัน จากปีก่อน อยู่ที่ 15.62 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ขณะที่การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนคึกคัก โดยสื่อ China Central Television (CCTV) ของจีนรายงานจำนวนการเดินทางโดยรถไฟ ทางหลวง เรือ และเครื่องบิน ในช่วง 7-21 ม.ค. 66 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50.8% อยู่ที่ 26.23 ล้านเที่ยว ส่วนทางเทคนิคราคาน้ำมันดิบ ICE Brent สัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 85-90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

จับตาการคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (Federal Open Market Committee: FOMC) โดย Reuters Poll วันที่ 20 ม.ค. 66 คาดการณ์ FOMC มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งๆ ละ 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.0% ในการประชุมช่วง 31 ม.ค.- 1 ก.พ. 66 และ 15-16 มี.ค. 66 และคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงอย่างน้อยสิ้นปี 66 หากเป็นไปตามคาด เงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะอ่อนค่า สนับสนุนให้เงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) สู่สินทรัพย์เสี่ยง สินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงน้ำมัน 

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

  • ICE รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดนิวยอร์กและตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุด 17 ม.ค. 66 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 56,841 สัญญา อยู่ที่ 229,360 สัญญา ขณะที่ CFTC รายงานกลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับ Net Long Position สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 22,740 สัญญา อยู่ที่ 166,236 สัญญา
  • กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบในปี 2565 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.5% อยู่ที่ 2.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
  • อุปสงค์น้ำมันโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดย IEA, EIA และ OPEC คาดการณ์ในปี 66 จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อน อยู่ที่ 101.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

  • Microsoft Corp. ของสหรัฐฯ ประกาศปลดพนักงาน 10,000 ตำแหน่งทั่วโลก (เกือบ 5% ของจำนวนพนักงาน) เนื่องจากลูกค้าลดการสั่งซื้อระบบ Cloud ประกอบกับบริษัทเตรียมรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยกระบวนการจะเสร็จสิ้นภายใน มี.ค. 66 ขณะที่ Amazon dotcom Inc. บริษัทเทคโนโลยีคู่แข่ง ประกาศปลดพนักงานทั่วโลก 18,000 ตำแหน่ง เช่นกัน

 

ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/เศรษฐกิจ/188962

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม : 58,328,357
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) : 135,504