เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้อง 

เลือกเปลี่ยนภาษา
ไทย อังกฤษ

กกพ.ปรับแผนเร่งนำเข้า LNG ป้องกันความเสี่ยงขาดเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า

Topic

( 4 สิงหาคม 2565 )  กกพ.พร้อมปรับแผนเร่งนำเข้าLNG เสริมความมั่นคง ยอมรับไทยมีความเสี่ยงขาดก๊าซผลิตไฟฟ้าจากปัญหาช่วงเปลี่ยนผ่านแหล่งก๊าซเอราวัณซึ่งผลิตก๊าซได้น้อยและต้องนำเข้าLNGมาทดแทนมากขึ้น ในขณะที่ยังมีกรณีแหล่งก๊าซฯ ซอติก้าที่หยุดจ่ายก๊าซนอกแผนมาซ้ำเติมสถานการณ์ ในขณะที่ปลัดกระทรวงพลังงานพร้อมบริหารจัดการด้านเชื้อเพลิงอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรม

กกพ. ได้หารือร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อปรับแผนรองรับกรณีเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ โดยได้ปรับแผนให้ ปตท. นำเข้าLNG ในเดือนกันยายนมาเพิ่มแล้ว แต่การนำเข้าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 40 วันกว่าเรือขนส่งก๊าซฯ จะเข้ามาถึงไทย

อย่างไรก็ตาม กกพ. ยังเชื่อว่าสถานการณ์ ของเดือนสิงหาคมจะไม่ถึงขั้นที่ต้องเวียนดับไฟฟ้า หรือ Partial​ Blackout​ โดยเมื่อแหล่งซอติก้ากลับมาผลิตและส่งก๊าซฯ ได้ตามปกติในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า สถานการณ์น่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

แหล่งข่าว กล่าวยอมรับว่า ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาการมีก๊าซฯ ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ เนื่องจากแหล่งก๊าซฯ เอราวัณ ผลิตได้น้อยลง หลังจากช่วงเปลี่ยนผ่านระบบจากผู้รับสัมปทานเดิมมาเป็นรายใหม่ภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิต นับตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งต้องมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มาทดแทน แต่เนื่องจากราคา LNG และราคาดีเซลตลาดโลกมีราคาขยับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า กกพ. จึงต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุดโดยสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้า​ที่มีต้นทุนที่ต่ำสุดให้ได้เต็มที่ก่อน

โดย กกพ. ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไปจนกว่าก๊าซฯจากแหล่งเอราวัณ หรือ G1/61 จะกลับมาผลิตได้ตามสัญญา 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันผลิตได้ประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ซึ่งระหว่างนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจพิจารณาการซ้อมแผนรองรับวิกฤติกรณีก๊าซฯ ขาดแคลน

ด้าน นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยวันนี้ (4 สิงหาคม 2565) ว่า จากกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องของท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งซอติก้าในเมียนเข้ามาสู่ประเทศไทย และมีข้อห่วงใยต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ ในการบริหารเชื้อเพลิงเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายไป รวมถึงผลกระทบด้านต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ทางกระทรวงพลังงานได้ร่วมดำเนินการกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในการจัดทำแผนการบริหารเพื่อจัดหาเชื้อเพลิงล่วงหน้าโดยภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้มีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์พร้อมเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานให้ความเห็นชอบในทันที
ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบันได้บริหารจัดการโดยการจัดส่งก๊าซธรรมชาติจากภาคตะวันออกมาทดแทนก๊าซในภาคตะวันตก

พร้อมทั้งได้วางแผนในการนำเข้า LNG รวมทั้งใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าตามความเหมาะสมทั้งด้านประเภทโรงไฟฟ้าและราคาเชื้อเพลิงโดยมีประเด็นความมั่นคงด้านพลังงานมาเป็นอันดับแรก และบริหารต้นทุนเพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด โดยประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการสามารถมั่นใจในความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศได้

​“จากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญที่เน้นย้ำให้หน่วยงานที่มีภารกิจรับผิดชอบ คือ ประเทศไทยจะต้องไม่เกิดไฟฟ้าดับ กระทรวงได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่บริหารแผนจัดหาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้มีความต่อเนื่องและมั่นคงโดยมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในการบริหารระบบไฟฟ้าและจัดการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการจัดหาก๊าซธรรมชาติ นำเข้า LNG และจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิง บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) เร่งซ่อมแซมท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่เกิดอุบัติเหตุพร้อมป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ส่วนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติก็ได้กำกับให้ผู้รับสัญญาในแปลงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศมิให้มีการหยุดซ่อมบำรุงในกรณีที่ไม่จำเป็นในช่วงเวลานี้ ส่วนกรมธุรกิจพลังงานก็ดูแลการจัดหาและสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีความมั่นคง
ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า กระทรวงพลังงาน จะเร่งดำเนินการทุกมาตรการ พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ขอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดไฟฟ้าดับอย่างแน่นอน และขอความร่วมมือประชาชนในการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากสามารถลดการใช้ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศได้ ก็จะสามารถลดการนำเข้าพลังงาน ส่งผลให้ต้นทุนของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าก็จะถูกลงและจะลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนได้ ” นายกุลิศ กล่าว

 

ที่มา : https://www.energynewscenter.com/กกพ-ปรับแผนเร่งนำเข้า-lng-ป/

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม : 49,013,052
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) : 122,532