เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ นโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา

เลือกเปลี่ยนภาษา
ไทย อังกฤษ

สนพ.แจงค่าการตลาดผู้ค้าน้ำมันยังอยู่ในเกณฑ์ราคาแนะนำไม่เกิน 2.40 บาทต่อลิตร

Topic

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แจงค่าการตลาดผู้ค้าน้ำมันยังอยู่ในเกณฑ์ราคาแนะนำไม่เกิน 2.40 บาทต่อลิตร ยืนยันราคาน้ำมันเป็นกลไกเสรีตั้งแต่ปี 2534 สนพ.เพียงจับตาดูและทำราคาแนะนำให้กระทรวงพาณิชย์ใช้เป็นเครื่องมือดูแลราคาน้ำมันให้ผู้บริโภค ระบุกองทุนน้ำมันฯยังจำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพราคาในยามวิกฤติ ด้านราคาน้ำมันโลกร่วงติดต่อกันเป็นวันที่ 6 อยู่ที่ 63.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เหตุโลกกังวลโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า

 

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้แจงกรณีภาคประชาสังคมระบุว่าค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันสูงเกินจริงว่า สนพ. ได้ติดตามราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดทุกวัน เพื่อจัดทำเป็นราคาแนะนำให้กระทรวงพาณิชย์ใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบราคาน้ำมันตาม พ.ร.บ.ควบคุมราคาสินค้าภายในประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นกลไกเสรีตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา ดังนั้น ทาง สนพ. ไม่สามารถเข้าไปกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันขึ้นหรือลงราคาได้เหมือนอดีต

อย่างไรก็ตามจากการติดตามค่าการตลาดของ สนพ. พบว่า ค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันยังอยู่ในเกณฑ์ปกติที่ระดับไม่เกิน 2.40 บาทต่อลิตร แต่หากกรณีราคาน้ำมันโลกปรับลงมากและทำให้ค่าการตลาดผู้ค้าเพิ่มขึ้น ทาง สนพ. จะช่วยส่งสัญญาณไปยังค่ายน้ำมันให้พิจารณาราคาให้เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันผู้ค้าน้ำมันจะปรับลดราคาน้ำมันลงเองภายใน 3 วันหากราคาน้ำมันโลกลดลง โดยหน่วยงานรัฐไม่ต้องเข้าไปเตือน

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าผู้ค้าน้ำมันไม่สามารถลดราคาน้ำมันได้ตามตลาดโลกในทันที เนื่องจากผู้ค้าน้ำมันมีสต๊อกน้ำมันที่ต้องบริหาร จัดการ ดังนั้นภายใน 3 วันจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงราคาตามหลังราคาตลาดโลก และปัจจุบันการปรับราคาน้ำมันขึ้นหรือลงของแต่ละค่ายน้ำมันก็มีความแตกต่างกันไป เนื่องจากเป็นการค้าเสรี ซึ่งในส่วนของค่ายน้ำมัน OR ในกลุ่ม ปตท. นั้นปัจจุบันยังเป็นค่ายน้ำมันที่เข้ามาช่วยพยุงราคาน้ำมันโดยรวมไว้ได้ จะสังเกตว่า OR จะปรับราคาขึ้นช้ากว่าค่ายอื่น หรือในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็จะตรึงราคาจำหน่ายไว้ไม่ปรับขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าผลกำไรของค่ายน้ำมันเริ่มเปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่เริ่มมีกำไรมาจากธุรกิจนอนออยล์ ทั้งการค้าปลีกและร้านอาหาร มากกว่ากำไรจากราคาน้ำมันแล้ว ซึ่งค่ายน้ำมันต่างเริ่มปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่นอนออยล์และการเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า(EV) ตามยุคสมัยมากขึ้นแล้วด้วย เนื่องจากเห็นว่าในอนาคตธุรกิจน้ำมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตามหากค่าการตลาดผู้ค้าน้ำมันสูงเกินไปและเกินกว่าราคาแนะนำที่ 2.40 บาทต่อลิตรเกิน 3 วัน ก็ยังมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯได้ ส่วนกรณีที่มีภาคประชาสังคมแสดงความเห็นให้ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ นั้น ส่วนตัวเห็นว่าไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันได้มากนัก เนื่องจากปัจจุบันกองทุนฯ เก็บเงินผู้ค้าน้ำมันเฉลี่ยทุกตัวอยู่เพียง 40 สตางค์ต่อลิตร และกองทุนฯยังมีประโยชน์ที่เข้ามาช่วยพยุงราคาน้ำมันช่วงวิกฤติไม่ให้สูงเกินไปและปัจจุบันยังดูแลราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) ประชาชนอยู่ด้วย หากไม่มีกองทุนน้ำมันฯ มารักษาเสถียรภาพราคาไว้ในอนาคตอาจทำให้ราคาปรับขึ้นแรงจนประชาชนเดือดร้อนได้

สำหรับสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ในวันที่ 19 ส.ค. 2564 ส่งมอบเดือน ก.ย. 2564 ปิดตลาดที่ 63.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ร่วงลง 2.7% ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 6 เนื่องจากความกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน นอกจากนี้ตลาดยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการพุ่งขึ้นของสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐ ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 2.61% ปิดที่ราคา 66.45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้นักวิเคราะห์เตือนว่าการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบทะลุระดับ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อาจจะส่งผลให้ราคาไหลลงต่อไปในช่วง 57-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ได้

 

ที่มา : https://www.energynewscenter.com/

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม : 32,389,139
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) : 111,565