เลือกเปลี่ยนภาษา
ไทย อังกฤษ

โควิด-19 ฉุดยอดใช้และราคาน้ำมันปี63 ลดฮวบ ผลประกอบการโรงกลั่นอ่วมถ้วนหน้า

Topic

ผลกระทบจาก โควิด-19 ที่รัฐมีมาตรการล็อกดาวน์ และจำกัดการบินเข้าออกประเทศ ฉุดยอดการใช้น้ำมันในประเทศทั้งปี 2563 ลดลงถึง 12.5%  ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลงโดยเฉลี่ยจากปี 2562 ที่เคยอยู่ระดับ 64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  ดิ่งลงมาอยู่ที่ 42.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2563   ทำให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันอยู่ในมือ ทั้ง ไทยออยล์   พีทีที โกลบอล เคมิคอล  ไออาร์พีซี  เอสพีอาร์ซี  และบางจาก  มียอดขายและกำไรที่ย่ำแย่ไปตามๆกัน

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center –ENC ) รายงานถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมน้ำมันในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19  ตลอดทั้งปี 2563  ว่า กรมธุรกิจพลังงาน ได้สรุปข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันของปี 2563 (มกราคม – ธันวาคม) ลดลงมากถึง 12.5 % เมื่อเทียบกับปี 2562  โดยแยกรายละเอียดเป็นกลุ่มเบนซินลดลง 1.5 % กลุ่มดีเซลลดลง  2.9 %  น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) ลดลงมากถึง  62.3 % น้ำมันเตาลดลง 11.2 % น้ำมันก๊าดลดลง 14.4 % LPG ลดลง 13.7 %

ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2563 ที่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยใช้เป็นราคาอ้างอิง  เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 42.2 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ลดลงจากราคาเฉลี่ยในปี 2562 ที่ระดับ 64 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล โดยลดลง 21.8  ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล

โดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ต่างสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ได้รับในรายการผลประกอบการประจำปี 2563  ดังนี้

บมจ.ไทยออยล์ (TOP ) แจ้งผลการดำเนินงานปี 2563 ขาดทุนสุทธิ 3,301 ล้านบาท จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 6,276 ล้านบาท ในขณะที่มีรายได้จากการขาย 242,840  ล้านบาท ลดลงจากปี 2562  ถึง  118,928 ล้านบาท หรือ 57%  โดยมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน 7,399 ล้านบาท เทียบกับปี2562 ที่มีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 1,581 ล้านบาท

บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล  (PTTGC) มีรายได้ในปี2563อยู่ที่ 336,467 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้อยู่ที่  422,973 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิในปี 2563อยู่ที่ 11,682 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 40,069 ล้านบาท

บมจ.ไออาร์พีซี หรือ IRPC  มีรายได้ในปี2563 อยู่ที่ 176,337 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้อยู่ที่ 243,632  ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิในปี 2563อยู่ที่ 6,151 ล้านบาท โดยขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ อยู่ที่ 1,174ล้านบาท

บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง  หรือ SPRC มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิในปี 2563 รวม 187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,005 ล้านบาท) ซึ่งขาดทุนมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ขาดทุนสุทธิรวม 94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,809 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างมากในไตรมาสแรก ส่งผลให้เกิดค่าการกลั่นทางบัญชีติดลบ ขาดทุนจากราคาสต๊อกน้ำมัน รวมถึงค่าการกลั่นตลาดลดลงมาอยู่ที่ 2.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น หรือ ฺBCP มีผลการดำเนินงาน ปี 2563 มีรายได้ 136,450 ล้านบาท EBITDA รวม 4,104 ล้านบาท
ขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 6,967 ล้านบาท  โดยในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ได้รับผลกระทบอย่างมากจากความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับต่ำ โดยมีค่าการกลั่นพื้นฐาน 3.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 2.21 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากปีก่อน ทำให้โรงกลั่นต้องปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ในระดับ 97,200 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 81 ของกำลังการผลิตรวมของโรงกลั่น อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงอย่างรุนแรงในปีนี้ ส่งผลให้โรงกลั่นมี Inventory Loss 4,379 ล้านบาท

 

ที่มา : https://www.energynewscenter.com/

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม : 13,123,679
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) : 98,244