เลือกเปลี่ยนภาษา
ไทย อังกฤษ

พลังงาน ลงนาม ป.ป.ท. ปิดช่องโหว่ทุจริต ใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง

Topic

กระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสสำหรับการปฏิบัติราชการ และให้บริการด้านการอนุญาตการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง” พร้อมตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการปิดช่องโหว่การทุจริตไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกรณีข้าราชการกรมธุรกิจพลังงานถูกบุกจับข้อหาเรียกรับผลประโยชน์บริษัทเอกชน  ก่อนขยายผลสู่การเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและหน่วยงานอื่นๆในสังกัดต่อไป 

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.63 เวลา 12.30 น. ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และ พันตำรวจโท วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เข้าร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสสำหรับการปฏิบัติราชการ และให้บริการด้านการอนุญาตการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง ระหว่าง กระทรวงพลังงาน (พน.) กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน บูรณาการและประสานการปฏิบัติราชการร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสสำหรับการปฏิบัติราชการและให้บริการด้านการอนุญาตการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ลดความเสี่ยงการทุจริต

นายกุลิศ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้เป็นการนำร่องป้องกันการทุจริตในหน่วยงานกรมธุรกิจพลังงานก่อน เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอาจมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ได้ง่าย เหมือนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.) เข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ในข้อหาเรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลังน้ำมัน เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้หลังจากลงนาม MOU ดังกล่าวแล้ว ปลัดกระทรวงพลังงานได้ลงนามตั้งคณะทำงานที่มาจากกระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงานและ ป.ป.ท. เพื่อเร่งผลักดันการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง เช่น การกำหนดระยะเวลาการออกใบอนุญาตต่างๆ ไม่ให้เกิน 45 วัน ซึ่งหากใครจำเป็นต้องได้รับก่อนอาจเกิดช่องโหว่ให้ทุจริตได้ ดังนั้นคณะทำงานจะต้องกำหนดให้มีมาตรการ การให้บริการในกรณีความจำเป็นโดยไม่ก่อให้เกิดการทุจริตด้วย

อย่างไรก็ตาม การนำร่องป้องกันการทุจริตในกรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการเป็นเวลา 2 ปีนับจากนี้ หลังจากนั้นจะพิจารณาขยายผลไปสู่การเปิดสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติ ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และหน่วยงานอื่นๆของกระทรวงพลังงานต่อไป

การลงนามครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมบูรณาการและประสานการปฏิบัติราชการร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสสำหรับการปฏิบัติราชการและให้บริการด้านอนุญาตการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ลดความเสี่ยงการทุจริต พัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับการให้บริการหน่วยงาน รวมทั้งการส่งเสริมให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล(Good Govermance)เพื่อตอบสนองกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกภาคส่วน

สำหรับแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินการจะมีอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยกรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดจะเป็นหน่วยงานดำเนินงาน มีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นผู้กำกับดูแลและสำนักงาน ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานสนับสนุน

 

ที่มา : https://www.energynewscenter.com/

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม : 9,565,134
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) : 21,508