เลือกเปลี่ยนภาษา
ไทย อังกฤษ

คณะกรรมการปฏิรูปฯเสนอให้เอกชนรายอื่นรับซื้อไฟฟ้าแทน กฟผ.ได้

Topic

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน รับฟังความเห็นปรับแผนปฏิรูป เสนอยกเว้น นโยบาย Enhancing Single Buyer ที่กำหนดให้ กฟผ.เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียว โดยเปิดให้เอกชนรายอื่นรับซื้อไฟฟ้าได้ด้วยภายใต้ ERC Sandbox ของ กกพ. ภายในเดือนเม.ย.2563นี้ พร้อมยกเลิกข้อเสนอที่จะรวมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง เข้ามาอยู่ในกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน หลังจากที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง แต่ให้ทำแผนบูรณาการการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระยะ 5 ปี(2566-2570) ร่วมกันแทน

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2563 คณะกรรมการฯ ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน หลังจากที่แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานได้นำมาใช้ครบ 2 ปี ในเดือนเม.ย.2563   โดยการจัดที่ภาคกลาง นับเป็นครั้งสุดท้าย หรือครั้งที่ 4 ก่อนหน้านี้มีการเปิดรับฟังความเห็นมาแล้วในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้

นายกวิน ทังสุพานิช เลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เปิดเผยว่า สาระสำคัญของการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานในครั้งนี้ ได้แก่ 1. เปลี่ยนแผนเดิมที่กำหนดให้ 2 หน่วยงาน คือ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)โอนย้ายมาอยู่สังกัดกระทรวงพลังงาน จากปัจจุบันที่สังกัดอยู่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทั้ง 3การไฟฟ้า(กฟน.,PEAและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.)มาอยู่ในสังกัดเดียวกัน แต่เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ จึงได้ปรับแผนให้ทั้ง 3 การไฟฟ้า และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.) ไปจัดทำ “แผนบูรณาการการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระยะ 5 ปี(2566-2570)” โดยโครงการลงทุนของ 3 การไฟฟ้า ที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท และไม่อยู่ในแผน 5 ปีดังกล่าวจะไม่ได้รับการพิจารณาให้ดำเนินการ

2.สนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) รายที่ 3 (รายแรก บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และรายที่ 2 กฟผ.) อย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)การซื้อขาย LNG ของภูมิภาคอาเซียน

3.ให้กระทรวงพลังงานปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP)ให้ทันสมัย โดยให้จัดทำแผน PDP 2020 ขึ้นในปี 2564 ที่สอดคล้องกับการผลิตและความต้องการใช้ไฟฟ้า รวมทั้งต้องจัดทำโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงเป็นรายภูมิภาคและมีโรงไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดกลางเสริมไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในระดับภูมิภาคอีกทางหนึ่ง

4.กำหนดให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน( กกพ.) เสนอ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อขอความเห็นชอบการยกเว้นนโยบาย Enhancing Single Buyer ที่กำหนดให้ กฟผ.เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าเพียงรายเดียว ภายในเดือน เม.ย.2563นี้ โดยให้ดำเนินภายใต้โครงการ ERC Sandbox เพื่อทดสอบระบบการซื้อขายไฟฟ้าเสมือนจริง ที่เอกชนรายอื่นสามารถเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าได้ และการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟอย่างเสรีเต็มรูปแบบภายในปี 2564 ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการแข่งขันในกิจการไฟฟ้าเสรี

5.เปลี่ยนการจัดตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ เป็นการปรับปรุงหน่วยงานเดิมที่มีอยู่เพื่อรองรับภารกิจด้านการสื่อสารและการวิเคราะห์ข้อมูลให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยอยู่ภายใต้สังกัด สนพ.

นายพรชัย รุจิประภา ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กล่าวว่า คณะกรรมการฯ เห็นด้วยกับภาครัฐที่ส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพและพืชพลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการกระตุ้นราคาสินค้าเกษตร โดยหากใช้พืชพลังงานได้ 10% จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 1.3 แสนล้านบาทต่อปี  จากมูลค่าพลังงานมีสัดส่วนถึง 16% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ที่มีมูลค่า 16.7 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้หลังจากรับฟังความคิดเห็นครบ 4 ครั้งแล้ว คณะกรรมการฯ จะรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อปรับปรุงแผนฯให้สมบูรณ์ และนำเสนอต่อ ครม.พิจารณาภายในเดือนมี.ค. 2563 และรายงานรัฐสภารับทราบ ภายในเดือน เม.ย.2563 ก่อนผลักดันสู่ภาคการปฏิบัติต่อไป

 

ที่มา:https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%83/

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม : 2,375,787
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) : 15,547