เลือกเปลี่ยนภาษา
ไทย อังกฤษ

กระทรวงดีอี จับมือพลังงาน – คมนาคม จัดประชุมใหญ่ “อาเซียนสมาร์ทซิตี้” พร้อมดึง 10 ชาติ นำร่องปั้นเมืองอัจฉริยะ 26 เมือง ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน จัดการประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ASEAN Smart Cities Network (ASCN) Roundtable Meeting พร้อมดึง 26 เมืองชั้นนำใน 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน อาทิ กรุงเทพมหานคร กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา สิงคโปร์ หารือสาระสำคัญร่างกำหนดการจัดตั้ง ASCN รวมถึงหลักเกณฑ์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อนำไปใช้ในการยกระดับแต่ละเมืองร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอาเซียนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมแก้ไขปัญหาการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว อาทิ ความแออัดของเมือง ความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองกับชนบท ความมั่นคงและความปลอดภัย ฯลฯ อีกทั้งในงานดังกล่าวยังมีการจัดนิทรรศการและงานเสวนาภายใต้แนวคิด Smart and Sustainable City โดยมีหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจจำนวนมาก

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะได้กลายมาเป็นหัวข้อหลักในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างจริงจัง และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านดังกล่าวในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 นี้ ประเทศไทยได้รับมอบตำแหน่งประธานอาเซียน และนายกรัฐมนตรีได้แสดงเจตนารมณ์ของไทยในการสานต่อเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น กระทรวงฯ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประทศไทย จึงได้จัดการประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ASEAN Smart Cities Network (ASCN) Roundtable Meeting โดยให้สอดคล้องกับแนวคิดหลักของไทย คือ "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" (Advancing Partnership for Sustainability)

สำหรับเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ประกอบด้วย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับ กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และกระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานสถานะการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของเมืองต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน หารือสาระสำคัญของร่างข้อกำหนดการจัดตั้ง ASCN ข้อกำหนดการติดตามและประเมินผลการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอาเซียน รวมถึงหลักเกณฑ์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การให้สัตยาบรรณต่อเอกสารดังกล่าวร่วมกันในการประชุม ASCN Annual Meeting ในเดือนสิงหาคม 2562 และรายงานต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ ASEAN Summit ครั้งที่ 35 ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2562 และใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของกรอบความร่วมมือ ASCN ต่อไป ดร.พิเชฐ กล่าวสรุป

ด้าน ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า กล่าวว่า เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน หรือ ASCN เป็นข้อริเริ่มของประเทศสิงคโปร์ในช่วงที่เป็นประธานอาเซียนเมื่อปี 2561 เพื่อเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน และมีเป้าหมายหลักที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอาเซียนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ความแออัดของเมือง คุณภาพของน้ำและอากาศ ความยากจน ความไม่เท่าเทียมกันที่เพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองกับชนบท ตลอดจนความมั่นคงและความปลอดภัยของ ผู้คน ทั้งนี้ปัจจุบัน ASCN ประกอบด้วยเมืองจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 26 เมือง ได้แก่

บันดาร์ เสรีเบกาวัน กรุงเทพมหานคร บันยูวังงี พระตะบอง เซบู ชลบุรี ดานัง ดาเวา จาการ์ตา ฮานอย โฮจิมินห์ ยะโฮร์บาห์รู โกตากินะบะบู กัวลาลัมเปอร์ กูซิง หลวงพระบาง มะกัสซาร์ มัณฑะเลย์ มะนิลา เนปิดอว์ พนมเปญ ภูเก็ต เสียมราฐ สิงคโปร์ เวียงจันทน์ และย่างกุ้ง ซึ่งเครือข่ายทั้ง 26 เมืองนี้ ถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนาโดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อข้อมูล ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล และวัฒนธรรม โดยในอนาคตอันใกล้คาดว่าจะเห็นความร่วมมือในด้านเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้จัดการประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ASEAN Smart Cities Network (ASCN) Roundtable Meeting และจัดนิทรรศการและงานเสวนาภายใต้แนวคิด Smart and Sustainable City อาทิ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การใช้แพลตฟอร์มข้อมูลพัฒนาเมือง (City Data Platform) ประสบการณ์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City Experience and Best Practices) เมื่อเร็วๆนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/prg/2999888

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม : 484,382
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) : 4,477