'เสนา'รับลูก'บอร์ดกกพ.'โดดร่วมผลิตไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชน

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ร่วมกับ 2 การไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)เปิดให้ยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ"โซลาร์ ภาคประชาชน"ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ล่าสุด มีผู้สนใจเข้าโครงการแล้ว 1,000-1,200 ราย พร้อมคาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมีผู้สนใจเข้าโครงการ 15,000 ราย

นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์  หรือ SENA  เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมพร้อมที่จะยื่นขอสิทธิ์ให้กับลูกบ้าน รวมทั้งหมด 6 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเสนาพาร์ค แกรนด์ รามอินทรา, โครงการเสนาพาร์ค วิลล์ รามอินทรา - วงแหวน, โครงการเสนาวิลล์ บรมราชชนนี สาย 5, โครงการเสนาแกรนด์ โฮม รังสิต ติวานนท์ โครงการเสนาช็อปเฮ้าส์ พหลโยธิน คูคต และโครงการเสนาช็อปเฮ้าส์ บางแค เฟส 1 และ เฟส 2 ซึ่งมั่นใจว่าจะมีจำนวนรายที่ยื่นสูงสุดกว่า 164 ราย คิดเป็นจำนวน 394.40 กิโลวัตต์

ทั้งนี้ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี 2018)ของ กกพ. ที่จะเปิดรับซื้อ 10 ปีแรก (ปี2562- 2571)ปีละ 100 เมกะวัตต์ โดยรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบ 1.68 บาท ต่อหน่วยจะเข้ามามีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นให้เกิดความคุ้มค่าการ ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มมากขึ้น

"บริษัทถือเป็นผู้พัฒนา อสังหาฯเจ้าเดียวที่จะเป็นผู้ยื่นขอสิทธิ์ในโครงการโซลาร์ภาคประชาชนทุกหลังให้กับลูกบ้านแล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกบ้านในภายหลังยกเว้นบ้านที่มีราคาต่ำประมาณ 1 ล้านบาท  ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมโครงการพลังงานสะอาดของรัฐบาล ภายใต้ การดำเนินงานติดตั้งโดยบริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ที่มีการ บริการแบบครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งให้กับบ้านทุกหลัง รวม 400 หลัง ประมาณ 1,000 กิโลวัตต์ ทางเราทำมานานแล้วตั้งแต่โครงการ โซลาร์รูฟเสรีนำร่อง"นางสาวเกษรากล่าว

สำหรับปีนี้บริษัทวางเป้าหมาย ยอดขายธุรกิจโซลาร์ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท เสนาโซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ไว้ที่ระดับ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากระดับ 380 ล้านบาท ในปีที่แล้ว ภายใต้เป้าหมายจะเพิ่มกำลังการ ติดตั้งอีก 24 เมกะวัตต์ (MW) หลังจาก เข้าไปขยายตลาดในกลุ่มผู้ประกอบการ อาทิ โรงงาน คลังสินค้า  เป็นต้น รวมจำนวน 13 แห่ง

นางสาวเกษรา ยังฝากไปยังรัฐบาลชุดใหม่ว่า รัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะมาตรการอสังหาริมทรัพย์น่าจะลดค่าจดทะเบียนการโอน และลดค่าจดจำนองเหลือ 0.01% ในสัดส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่คนซื้อมาก เช่น ระดับที่ 2-3 ล้านบาท หรือ 3-5 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนถึง 60% ของอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐออกมาตรการนี้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีเพียง 10% ของตลาดรวมเท่านั้น จึงไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก ขณะเดียวกันหากรัฐบาลใหม่เพิ่มราคาการซื้อไฟฟ้าส่วนเกินโซลาร์ภาคประชาชนหรือขยายเวลาเพิ่มจาก 10 ปี ก็จะทำให้มีคนสนใจเข้าโครงการมากขึ้น


อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/nnd/2999546

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ผู้เยี่ยมชม :
ผู้เยี่ยมชม (พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ชธ.) :