Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
กกพ.’ไม่ขึ้นค่าไฟ งวด ’กย.-ธค.’ ใช้ 3.9 พันล.มาพยุง
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
9 กรกฎาคม 2561
นายวีระพล จิระประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ.เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 มีมติตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนกันยายน- ธันวาคม 2561 ไว้ที่ -15.90 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) โดยให้นำเงินค่าเอฟทีสะสมมาชดเชยค่าเอฟทีงวดดังกล่าว 3,933 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจุบันมีเงินสะสมที่มี 15,297 ล้านบาท ทำให้เงินสะสมคงเหลือ 11,364 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากไม่นำเงินสะสมมาใช้พยุงค่าเอฟที งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2561 จะส่งผลให้ค่าเอฟทีจะสูงขึ้น 7.46 สตางค์ต่อหน่วย ตามราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้การผลิตไฟฟ้ารวมค่าผ่านท่อและค่าดำเนินการที่สูงขึ้นถึง 17.54 บาทต่อล้านบีทียู ประกอบกับค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงจากประมาณการที่ใช้คำนวณค่าเอฟทีช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2561 จาก 32.05 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็น 32.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง จึงเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ไปช่วยพยุงค่าเอฟทีในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2562 อีกประมาณ 8,475 ล้านบาท เพื่อไม่ให้ค่าเอฟทีสูงขึ้นมากจนเกินไป ช่วยบรรเทาภาระผู้ใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ คาดความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2561 อยู่ที่ 62,046 ล้านหน่วย ลดลง 5.74% จาก ช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2561 คิดเป็น 3,781 ล้านหน่วย สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม 2561 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก 60.55% ซึ่งประเมินแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติรวมค่าผ่านท่ออยู่ที่ 279.94 บาทต่อล้าน บีทียู เพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา 17.54 บาทต่อล้านบีทียู

นายวีระพลกล่าวว่า ประมาณการจำนวนหน่วยไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2561 ลดลงจากงวดปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อเทียบเป็นอัตราต่อหน่วยแล้ว จะทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวในงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม อยู่ที่ 27.88 สตางค์ต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดเดือนพฤษภาคม- สิงหาคม 2561 อยู่ที่ 25 สตางค์ต่อหน่วย ประมาณ 2.88 สตางค์ต่อหน่วย

"ส่วนเงินสะสมที่เหลือ 11,364 ล้านบาท จะเอาไว้ไปช่วยพยุงค่าเอฟทีในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2562 ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินอีกประมาณ 8,475 ล้านบาท เพื่อไม่ให้ค่าเอฟทีสูงขึ้นมากจนเกินไป ช่วยบรรเทาภาระผู้ใช้ไฟฟ้า และจะเหลือเงินเพื่อดูแลเอฟทีงวด 2 ของปี2562(พฤษภาคม-สิงหาคม) จำนวน 2,889 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาค่าเงินบาทซึ่งจะส่งผลกับค่าเอฟทีในงวดดังกล่าวด้วย" นายวีระพล กล่าว



อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/nnd/2852594
 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ