Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
กกพ.เปิดข้อมูล 2 ปีผู้ใช้ไฟฟ้าช่วยรับภาระค่าเอฟทีจากการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนแล้ว 8 หมื่นล้านบาท
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
6 กรกฎาคม 2561

กกพ.เปิดข้อมูล 2ปี ผู้ใช้ไฟฟ้าช่วยอุดหนุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนผ่านนโยบาย Adder และ Feed in Tariff –FiT ในรูปของค่าเอฟที รวมแล้วกว่า 83,603 ล้านบาท  หรือประมาณ 25สตางค์ต่อหน่วย



นายวีระพล จิรประดิษฐกุล คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. 
เปิดเผยว่า นโยบายการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในรูปของการให้เงินส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้า หรือ Adder และการให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง(Feed in Tariff- FiT) กับผู้ลงทุนโรงไฟฟ้า นั้นส่งผลต่อค่าไฟฟ้าในส่วนของค่าเอฟที เพิ่มขึ้น  ในยอดรวมตลอดทั้งปี 2560 อยู่ที่ 39,821 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าเอฟทีประมาณ 23.05สตางค์ต่อหน่วย  ในขณะที่ยอดรวมของปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ 43,782 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าเอฟทีประมาณ 25.46สตางค์ต่อหน่วย โดยรวม 2 ปี คิดเป็นเงินที่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องช่วยรับภาระจำนวนรวม 83,603 ล้านบาท

นายวีระพล กล่าวว่า นโยบายการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในรูปของAdder ในอัตรา 8 บาทต่อหน่วย เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2550 แต่ซึ่งทำให้เกิดการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนพื้นดินหรือโซลาร์ฟาร์ม จำนวนมาก โดยรัฐมีการปรับลดอัตราAdderลง และเปลี่ยนมาส่งเสริมในรูปแบบของFiT ก่อนที่จะเปิดให้ผู้ประกอบการมีการประมูลแข่งขันกันในรูปของ SPP Hybrid Firm  ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ลดต่ำลงมากในที่สุด  
  

โดย เฉพาะค่าเอฟทีในในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2561 นี้  ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องรับภาระค่าเอฟทีจากนโยบายการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในรูปแบบ Adder และ FiT คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 15,751 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าเอฟที จำนวน 27.88 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 678.72 ล้านบาท จากงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2561 ที่ใช้เงินส่งเสริมอยู่ 15,072.28 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากปลายปี 2561 นี้จะมีไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากโครงการโซลาร์ฟาร์มราชการเฟส 2 เข้าระบบอีกประมาณ 160 เมกะวัตต์

ส่วนไฟฟ้าจากพลังงานลมคาดว่าจะเข้าระบบได้ประมาณกลางปี 2562 จำนวน 700-800 เมกะวัตต์ และหลังจากนั้นจะไม่มีไฟฟ้าพลังงานทดแทนขนาดใหญ่เข้าระบบอีก โดยต้องรอความชัดเจนด้านนโยบายของภาครัฐต่อไป ดังนั้นคาดว่าปี 2562 ภาระค่าเอฟทีจากการส่งเสริมพลังงานทดแทนจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับปัจจุบันที่ประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อ 4 เดือน หรือประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นส่วนของค่าเอฟที เฉลี่ยที่ 25-26 สตางค์ต่อหน่วย ไปจนกว่าจะครบระยะเวลาของการส่งเสริม

โดยปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์)เข้าระบบและจ่ายไฟฟ้าแล้ว 3,245 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นไฟฟ้าจาก โซลาร์ฟาร์ม 2,960 เมกะวัตต์ และอีกประมาณ 140-150 เมกะวัตต์ เป็นการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) ที่ไม่ได้ขายไฟฟ้าเข้าระบบ



ที่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1392

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ