Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
ศึกชิงแหล่งปิโตรเลียม
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
12 มิถุนายน 2561
ช่วงที่ผ่านมาหลายหน้าหนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่ในโลกออนไลน์เองก็คงคึกคักกันไปด้วยข่าวการเริ่มต้นของกระบวนการก่อนการประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ ทั้งนี้จากการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดกรอบการดำเนินงานจากกระทรวงพลังงานที่ชัดเจนว่า ภายในช่วงเดือน ธ.ค.ปี 2561 ประเทศไทยจะได้รู้กันสักทีว่าผู้ที่จะเข้าไปรับสัมปทานการดำเนินงานสำรวจและขุดเจาะแหล่งปิโตรเลียมทั้งเอราวัณและบงกชที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 ตามลำดับ คือใคร

ซึ่งทั้งนี้เองจากการเปิดให้เอกชนเข้ามาแสดงตัวตนว่ามีความประสงค์จะเข้าร่วมกันแข่งขันครั้งนี้ ก็ไม่ได้ผิดแผนจากที่วางไว้มากนัก เนื่องจากเอกชนที่เข้ามายื่นความจำนง ก็เป็นรายชื่อที่พอจะมีการกล่าวขานกันก่อนหน้านี้มาบ้างแล้ว และบางรายก็เป็นรายเดิม อย่างเช่น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่ปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินการอยู่ในแหล่งบงกช และบริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด (มหาชน) ที่ปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินการหลักในแหล่งเอราวัณอยู่แล้ว โดยทั้งสองยังยืนยันที่จะแข่งขันกันโดยได้ยื่นเข้าร่วมประมูลทั้ง 2 แหล่งปิโตรเลียม

นอกนั้นก็จะมีบริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด ที่แสดงตัวยื่นเข้าประมูลในแหล่งเอราวัณเพียงแหล่งเดียว  ขณะที่กลุ่มบริษัท มูบาดาลา ส่งรายชื่อ 2 บริษัทลูกเข้าชิงแหล่งปิโตรเลียมทั้ง 2 แหล่งเช่นกัน โดยมีบริษัท MP G2 (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท MP L21 (ไทยแลนด์) ซึ่งทั้งสองรายถือว่ามีชื่อและอยู่ในโผอยู่แล้วว่าจะต้องมา

แต่ขณะเดียวกันก็มีเอกชนอีกสองรายอาจจะแปลกหน้าแปลกตาหน่อยยื่นเข้าร่วมประมูลเช่นเดียวกัน นั่นก็คือบริษัท โอเอ็มวี แอคเทียนวีเซลสคาฟท จำกัด เอกชนสัญชาติออสเตรีย และกิจการร่วมค้าพลังงานสะอาด 101 ที่เป็นการร่วมกันระหว่างบริษัท ไห่เฉิน ปิโตรเลียม แมชชีนเนอรี่ จำกัด และบริษัท อัลจาเบอร์ กรุ๊ป เข้าร่วมประมูลด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ในวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้ชื่อผู้เข้าร่วมการประมูลแล้ว ทางกระทรวงพลังงานก็มีการเปิดให้แสดงความจำนงและยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูลให้กับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติตรวจสอบ ก็มีการหายตัวไปของกิจการร่วมค้าพลังงานสะอาด 101 ซึ่งไม่มายื่นเอกสารและแสดงความจำนงเหมือนกับบริษัทอื่นๆ ที่ทำกัน ซึ่งทำให้การแข่งขันครั้งนี้รายชื่อผู้ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติก็หายไป 1 ราย โดยหลังจากการสอบถามก็ได้ความว่าเอกชนแห่งประเทศจีนอย่าง บริษัท ไห่เฉิน ปิโตรเลียม แมชชีนเนอรี่ จำกัด ขอถอนตัวโดยกล่าวอ้างว่ายังไม่มีความพร้อมที่จะเข้ามาดำเนินการ

และหลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 10 วัน ทางกรมเชื้อเพลิงก็ได้มีการตรวจสอบเอกสารผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งผลปรากฏว่าบริษัทที่ยื่นความจำนงทั้งหมดมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กระทรวงตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสบการณ์ หรือว่าจะเป็นเงินทุนที่มีอยู่ในมือ

จนขั้นตอนดำเนินมาถึงขั้นที่ให้เอกชนที่ผ่านการตรวจสอบทั้งหมด จ่ายเงินเพื่อที่จะเข้าศึกษาข้อมูลการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมในแหล่งนั้นๆ ที่ตัวเองยื่นความจำนงประมูลมา โดย 1 แหล่งจะคิดเป็นเงินมูลค่า 7 ล้านบาท ซึ่งหากบริษัทใดที่ยื่นประมูลทั้ง 2 แหล่งจะต้องควักเงินจ่ายทั้งหมด 14 ล้านบาท

โดยในช่วงนี้เองก็เกิดการหายตัวไปของบริษัทสัญชาติออสเตรียอย่างบริษัท โอเอ็มวี แอคเทียนวีเซลสคาฟท จำกัด ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว และยื่นความจำนงที่จะเข้าประมูลทั้ง 2 แหล่ง แต่กลับไม่มาแสดงตัวเพื่อที่จะเข้าดูข้อมูลในดาต้ารูม และจ่ายเงิน 7 ล้านบาท ภายในวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงทำให้สิทธิ์ในการประมูลของบริษัทนี้หมดไป ผู้เข้าแข่งขันก็หายไปอีก 1 ราย

ศึกครั้งนี้เข้มข้นมากขึ้น หลังจากแต่ละรายที่ผ่านการตรวจสอบก็เริ่มเผยถึงรายชื่อพาสเนอร์หรือผู้ร่วมดำเนินการบ้างแล้ว อย่างเชฟรอนฯ เองยืนยันสิทธิ์ที่จะให้บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด เข้าร่วมเป็นพาสเนอร์ในการประมูลครั้งนี้ด้วย และในส่วนของ ปตท.สผ.เองก็ได้ยืนยันสิทธิ์ให้กับบริษัท โททาล เป็นพาสเนอร์ของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะเป็นผู้ชนะการประมูล โดยหลังจากที่ทุกรายเข้าศึกษาในดาต้ารูมเรียบร้อยแล้ว ก็จะเปิดให้มีการยื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิคและผลตอบแทนของรัฐบาลภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิตภายในวันที่ 25 ก.ย. นี้ ก่อนที่จะมีการประเมินและประกาศผลในเดือน ธ.ค. ซึ่งก็หวังว่าหลังจากนี้คงจะไม่มีรายใดที่หายตัวไปจากศึกนี้อีก.



อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/tpd/2840029
 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ