Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
คณะรัฐมนตรีอนุมัติการขอโอนสัมปทานปิโตรเลียม ของ เชลล์ฯ และ ไทยเอนเนอร์จี ให้ปตท.สผ.
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
11 มิถุนายน 2561

คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561เห็นชอบอนุมัติ การโอนสิทธิ ประโยชน์ และพันธะ ในสัมปทานปิโตรเลียมของ 2 บริษัท คือ 1.บริษัท เชลล์ อินทีเกรทเต็ด แก๊ส ไทยแลนด์ พีทีอี ลิมิเต็ด โอนสิทธิ ประโยชน์ และพันธะ ในสัดส่วน 22.2222% ให้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในสัมปทานเลขที่3/2515/7 และเลขที่5/2515/9  และ2.  บริษัท ไทยเอนเนอร์จี จำกัด โอนสิทธิ ประโยชน์และพันธะ ในสัดส่วน 22.2222% ตามสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่3/2549/71 แปลง G12/48 ให้แก่บริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งจะทำให้ ปตท.สผ.เพิ่มสัดส่วนของสิทธิ ประโยชน์และพันธะ ในสัมปทาน ขึ้นเป็น 66.6667%



ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy news center- ENC)
 เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561 ได้พิจารณาอนุมัติ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ให้  1.บริษัท เชลล์ อินทีเกรทเต็ด แก๊ส ไทยแลนด์ พีทีอี ลิมิเต็ด โอนสิทธิประโยชน์ และพันธะ ซึ่งถืออยู่ทั้งหมดในอัตรา 22.2222% ตามสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 3/2515/7 แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข 16และ 17 รวมทั้งสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 5/2515/9 แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข 15 ให้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)  

2.ให้บริษัทไทยเอนเนอร์จี จำกัด โอนสิทธิประโยชน์ และพันธะ ซึ่งถืออยู่ทั้งหมดในสัดส่วน 22.2222% ตามสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่3/2549/71 แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G12/48 ให้แก่บริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยอาศัยความตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและเมื่อครม.อนุมัติแล้ว กระทรวงพลังงาน จะออกเป็นสัมปทานปิโตรเลียมเพิ่มเติมของสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 3/2515/7 เลขที่ 5/2515/9 และเลขที่ 3/2549/71 ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดแบบสัมปทานปิโตรเลียม พ.ศ.2555 ต่อไป  

ทั้งนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อ ครม.อนุมัติให้โอนสิทธิประโยชน์และพันธะดังกล่าว ส่งผลให้ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) มีสิทธิประโยชน์ และพันธะเพิ่มขึ้นจากจาก 44.4445% เป็น 66.6667%

เช่นเดียวกับสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 3/2549/71 แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G12/48 เดิมมีผู้ถือสิทธิประโยชน์ และพันธะ 3 ราย ได้แก่ 1.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ถือในสัดส่วน 44.4445% (ผู้ดำเนินงาน) 2.บริษัท โททาล อี แอนด์พี ไทยแลนด์ ถือในสัดส่วน 33.3333% และบริษัท ไทยเอนเนอร์จี จำกัด ถือในสัดส่วน 22.2222% โดยอยู่ระหว่างการผลิตปิโตรเลียม 20 ปี นับตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2558-14 มี.ค. 2578 โดยมีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม 1 พื้นที่ คือ พื้นที่ผลิตปิโตรเลียมต้นคูนเหนือ และเมื่อ ครม.อนุมัติให้โอนสิทธิประโยชน์และพันธะ จึงส่งผลให้ บริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถือสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 44.4445 % เป็น 66.6667%

โดยสัมปทานปิโตรเลียมดังกล่าว เรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า เป็นสัมปทานในแหล่งบงกช 




ที่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1350

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ