Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
คปพ.เตรียมยื่นข้อเรียกร้อง 7 ข้อ ต่อกระทรวงพลังงาน 13 มิ.ย.นี้
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
8 มิถุนายน 2561

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย( คปพ.) เตรียมยื่นข้อเรียกร้อง 7 ข้อถึงกระทรวงพลังงานในวันที่ 13 มิ.ย. 2561นี้ ในขณะที่ ฝั่งกระทรวงพลังงาน พร้อมส่งข้าราชการระดับสูงมารับหนังสือ



นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน
 เปิดเผยถึงกรณีที่เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.)จะเดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เกิดความเป็นธรรม ในวันที่ 13 มิ.ย. 2561ว่า กระทรวงพลังงานไม่กังวลต่อการเดินทางมายื่นหนังสือของ คปพ. เนื่องจากถือเป็นเรื่องปกติเมื่อมีผู้มายื่นหนังสือ ทางกระทรวงพลังงานก็พร้อมรับไว้พิจารณา ซึ่งในกรณี คปพ.ที่จะเดินทางมาวันวันที่ 13 มิ.ย. 2561 นี้ ทางกระทรวงพลังงานจะดำเนินการตามขั้นตอนปกติ คือการมอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงมารับหนังสือ โดยหากเป็นหนังสือที่ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็จะรับไว้และส่งมอบให้รัฐมนตรีพลังงานพิจารณาต่อไป 

ส่วนข้อเรียกร้องในหนังสือที่ส่งมากนั้น หากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด ทางกระทรวงพลังงานจะมอบหมายให้หน่วยงานนั้นพิจารณา หรือ ชี้แจงตามความเหมาะสมต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนการข้อสงสัยเกี่ยวกับทำไมประเทศไทยต้องอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์นั้น ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)ได้จัดทำข้อเท็จจริงเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์สนพ.แล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปดูข้อเท็จจริงได้  

 โดย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2561 เมื่อเวลา 13.00 น. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) ได้อภิปรายในเวทีสภาผู้บริโภคกรณีปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันและแก๊สหุงต้ม(LPG)โดยมีนาย ธีรชัย ภูวนารถนรานุบาล,  น.ส. รสนา โตสิตระกูล ,ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และน.ส.บุญยืน ศิริธรรม ร่วมแถลงข่าวยืนยันว่าในวันที่ 13 มิ.ย. 2561 เวลา 10.00 น. กลุ่ม คปพ.จะเดินทางมายื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงงานเพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการใน 7 ข้อ ได้แก่ 

1.ให้รัฐบาลยกเลิกการกำหนดสูตรราคาน้ำมันที่อ้างอิงราคานำเข้าจากสิงคโปร์ โดยให้เปลี่ยนมาใช้อ้างอิงราคาของโรงกลั่นที่ส่งออกไปสิงคโปร์แทน ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันถูกลง 2 บาทต่อลิตรได้
2.เสนอให้ราคาLPGภาคครัวเรือน กลับมาใช้สูงอ้างอิงราคาไม่เกิน 333 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือกิโลกรัมละ 10 บาท เหมือนในอดีต ส่วนLPGในภาคอื่นสามารถใช้สูตรอ้างอิงนำเข้าจากต่างประเทศได้เพื่อการแข่งขัน
3.ให้กำหนดราคาเอทานอลในประเทศใกล้เคียงกับราคาตลาดโลกที่เป็นตลาดสากลหรือสูงกว่าไม่เกิน 10% เพราะปัจจุบันไม่มีความชัดเจนว่าไทยอิงราคาที่ไหน โดยราคาเอทานอลไทยปัจจุบันแพงกว่าตลาดบราซิลถึง 9 บาทต่อลิตร 
4.ให้ยกเลิกการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแลราคาน้ำมัน เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากกองทุนฯอยู่ภาคใต้กฎหมาย พรก.ซึ่งไม่ควรนำมาใช้เก็บเงินจากประชาชนในลักษณะเดียวกับการเก็บภาษี
5.ยกเลิกการเก็บเงินกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและให้ทบทวนวัตถุประสงค์การใช้เงินใหม่ เพราะปัจจุบันมีเงินสูงถึง 41,000 ล้านบาท  และยังเป็นการเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันแต่ไปช่วยเหลือด้านไฟฟ้าประชาชน
6.ให้ใช้ภาษีเป็นกลไกดูแลการขึ้นลงน้ำมันแทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
7.ยกเลิกการเก็บภาษีVAT ซ้ำซ้อนในโครงสร้างราคาน้ำมัน ให้เหลือเก็บVAT แค่ในเนื้อน้ำมันเท่านั้น



ที่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1347

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ