Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
PTTGC ปรับประมาณการราคาน้ำมันใหม่ดันรายได้เพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาท
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
11 พฤษภาคม 2561

PTTGC ปรับประมาณการราคาน้ำมันเพิ่มเป็น 65-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลให้รายได้จากการขายทั้งปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 500,000 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสแรก มีกำไรสุทธิ 12,388 ล้านบาท มั่นใจไตรมาส 2 ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมขยายการลงทุนและซื้อกิจการต่อเนื่อง เพราะมีสถานะการเงินเข้มแข็ง โดยมีเงินสดในมือ 65,000 ล้านบาท   



นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ 
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันในปี 2561 ว่ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว บริษัทฯจึงได้ปรับคาดการณ์ราคาน้ำมันในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากเดิม 52 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็น 65-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลให้เป้าหมายรายได้จากการขายในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจาก 480,000 ล้านบาท เป็น 500,000 ล้านบาท
 

ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2561 มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขาย 120,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% และมีกำไรสุทธิรวม 12,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากไตรมาส 4 ปี 2560 ที่มีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,559 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมีผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นจากสถานการณ์ราคาผลิตภัณฑ์โพลีโอเลฟินส์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และได้รับผลดีจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจากการเข้าซื้อสินทรัพย์กลุ่มปิโตรเคมีในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากสามารถรักษากำลังการผลิตได้เต็มที่ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน โรงอะโรเมติกส์และโรงปิโตรเคมี ไม่มีการปิดซ่อมบำรุง ราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และทิศทางราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จะทำให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการสต๊อกน้ำมัน นอกจากนี้ ยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนต่อเนื่อง อาทิ การซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เนื่องจากบริษัทมีสถานะการเงินที่เข้มแข็ง โดยมีกระแสเงินสดในมือ 65,000 ล้านบาท  
 

ส่วนแผนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จะใช้เงินลงทุนรวม 130,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยขณะนี้ได้ดำเนินการใน 3 โครงการส่วนขยายปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ได้แก่ 1)โครงการ Olefins Reconfiguration Project (ORP) มีกำลังการผลิตเอทีลีน 500,000 ตันต่อปี  โพรพิลีน 250,000 ตันต่อปี มูลค่าเงินลงทุน 36,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2563

2)โครงการผลิตสารโพรพีลีน ออกไซด์ (Propylene Oxide Project) กำลังการผลิต 200,000 ตันต่อปี และ 3)โครงการผลิตสารโพลีออลส์ (Polyols Project) ซึ่งเป็นโครงการในธุรกิจสาย Polyurethane กำลังการผลิต 130,000 ตันต่อปี มูลค่าโครงการรวมกันประมาณ 32,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2563 เช่นกัน

และก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ยังได้ซื้อที่ดินจาก ปตท. จำนวน 890 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อรองรับการลงทุนของอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนหลายรายสนใจที่จะเข้ามาลงทุน

ด้านการลงทุนใน CLMV ขณะนี้ได้จัดตั้งสำนักงานขายในธุรกิจโพลิเมอร์ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามแล้ว เพื่อสร้างฐานธุรกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งเวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจและมีการเติบโตที่ดี ขณะที่แผนการลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนร่วมกับพันธมิตร คือบริษัท Daelim Industry ประเทศเกาหลี ซึ่งพันธมิตรมองว่าโครงการนี้จะเพิ่มปริมาณการผลิตเอทิลีนจากก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตพลาสติกพื้นฐาน เป็น 1.5 ล้านตันต่อปี จากเดิมที่คาดว่าจะผลิตขนาด 1 ล้านตันต่อปี ทำให้ต้องพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยจะตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ได้ภายในปลายปีนี้          



ที่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1288

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ