Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
สมาคมการค้าพลังงานขยะ ร้องรัฐทบทวนนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากขยะ
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
11 เมษายน 2561

สมาคมการค้าพลังงานขยะ เตรียมยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชน ในราคาเท่าเดิม  โดยระบุว่าการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าให้ต่ำกว่า 2.40 บาทต่อหน่วย เป็นราคาที่เอกชนไม่สามารถทำได้  และหากรัฐไม่ส่งเสริมก็จะเกิดปัญหาขยะล้นเมือง


นายมนตรี วิบูลยรัตน์ นายกสมาคมการค้าพลังงานขยะ เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ภายในเดือนเม.ย. 2561 นี้ เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานทบทวนนโยบายการชะลอรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยเห็นว่าราคารับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนควรอยู่ที่ระดับเดิม คือ ภาครัฐให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริงหรือ Feed inTariff – FiT ในอัตราดังต่อไปนี้

สำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตตำกว่า 1 เมกะวัตต์ อยู่ที่ 6.34 บาทต่อหน่วย บวกค่าพรีเมี่ยม 70สตางค์เป็นเวลา 8 ปี และถ้าอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บวกอีก 50 สตางค์ต่อหน่วย

ส่วนโรงไฟฟ้าที่ผลิตระหว่าง 1-3 เมกะวัตต์ ราคาอยู่ที่ 5.82 บาทต่อหน่วย บวกค่าพรีเมี่ยม 70สตางค์ เป็นเวลา 8 ปี และถ้าอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บวกอีก 50 สตางค์ต่อหน่วย

และสำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตสูงกว่า 3 เมกะวัตต์ ให้ราคา 5.08 บาทต่อหน่วย บวกค่าพรีเมี่ยม 70 สตางค์ เป็นเวลา 8 ปี และถ้าอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บวกอีก 50 สตางค์ ต่อหน่วย

โดยนโยบายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องการให้มีการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนในราคาที่ต่ำกว่าราคาต้นทุนที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ขาย 2.40 บาทต่อหน่วยนั้น เห็นว่า ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้นทุนการผลิตสูงถึง 200 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์  ซึ่งต้นทุนที่แพงส่วนหนึ่งมาจากค่าบริหารจัดการขยะเป็นหลัก ดังนั้นภาครัฐไม่ควรนำต้นทุนพลังงานทดแทนชนิดอื่นมาเปรียบเทียบกับต้นทุนของโรงไฟฟ้าขยะ

พร้อมกันนี้ต้องการให้ภาครัฐเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนเพิ่มขึ้น โดยกำหนดไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว หรือ PDP ฉบับใหม่ที่ภาครัฐกำลังจัดทำอยู่  โดยควรเพิ่มจาก500 เมกะวัตต์ เป็น 1,000 เมกะวัตต์ เพราะจากการศึกษาพบว่าปริมาณขยะมีศักยภาพผลิตได้1,000 เมกะวัตต์ใน 20 ปีข้างหน้า สำหรับปัจจุบัน มีโรงไฟฟ้าขยะที่ผลิตเข้าระบบแล้วเพียง 22โรงคิดเป็นกำลังไฟฟ้าเพียง 213 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายของรัฐที่รับซื้อ 500 เมกะวัตต์เนื่องจากติดปัญหาขั้นตอนการขอใบอนุญาตต่างๆ จึงต้องการให้ภาครัฐแก้ปัญหาการขอใบอนุญาตให้เร็วขึ้นจาก 4-5 ปี เหลือเพียง 2 ปี ซึ่งจะทำให้ช่วยลดปริมาณขยะในสังคมได้เร็วขึ้นด้วย 

ทั้งนี้ การไม่ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน  จะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง เพราะปริมาณขยะประเทศเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ย 30  ล้านตันต่อปี  โดยเห็นว่าหากภาครัฐต้องการชะลอรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 5 ปี ก็ควรพิจารณายกเว้น โรงไฟฟ้าขยะ และควรให้ความสำคัญกับการเลือกรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นการช่วยบริหารจัดการขยะ


ที่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1227

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ