Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
กบง.รับทราบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าระบบปี2560 ต่ำกว่าเป้า
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
9 กุมภาพันธ์ 2561

กบง. รับทราบ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าระบบปี2560 ต่ำกว่าเป้าหมาย จาก10% เหลือ7% ทำให้ ยังต้องใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้าในสัดส่วน60%  ในขณะที่การจัดรับฟังความเห็นค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ (Load Forecast)  มีการตั้งสมมุติฐาน 3 ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ทำให้ต้นทุนลดต่ำลง (Disruptive Technology) การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการขยายตัวของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน (Solar Roof Top) โดยมีการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ (Peak Demand )ปี 2561 นี้จะอยู่ระดับ 30,900-31,000 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 1%


นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ เป็นประธาน  รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 - 2579 (PDP 2015)ไตรมาสที่ 3 ถึง ไตรมาสที่ 4 ปี 2560  ถึงสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าตามแผน PDP2015 ในปี 2560 ที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากที่กำหนดให้ลดการใช้ก๊าซฯเหลือ 59% จากเชื้อเพลิงทั้งหมด  แต่ปรากฎว่ายังคงมีการใช้ก๊าซฯผลิตไฟฟ้าอยู่ 60% จากเชื้อเพลิงทั้งหมด เนื่องจากการผลิตพลังงานทดแทนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด  จากสัดส่วนการผลิตที่ตั้งไว้ 10%  แต่กลับผลิตได้จริงเพียง 7% 

โดยกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานทดแทนในปี 2560 มีทั้งหมด 8,471 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น พลังงานจากชีวมวล 1,634 เมกะวัตต์, ก๊าซชีวภาพ 306 เมกะวัตต์,ขยะ 175 เมกะวัตต์, น้ำ 3,021 เมกะวัตต์, ไฮบริดอื่นๆ 44 เมกะวัตต์,  แสงอาทิตย์ 2,703 เมกะวัตต์ และลม 588 เมกะวัตต์  

สำหรับการผลิตไฟฟ้ารวมในปี 2560 มีกำลังการผลิตรวม 1.97 แสนล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 0.8%  ส่วนการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(Peak Demand ) จาก 3 การไฟฟ้า(การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.) อยู่ที่ 30,373 เมกะวัตต์ ลดลง 2.2%  ขณะที่สถานะโรงไฟฟ้าในปี 2560 เข้าระบบจริง 1,484 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าก๊าซฯจากผู้ผลิตเอกชนรายเล็ก(SPP) 1,200 เมกะวัตต์ และพลังงานหมุนเวียนจาก SPP และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก(VSPP) 284 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตามคาดว่าพีคไฟฟ้าปี 2561 นี้จะอยู่ระดับ 30,900-31,000 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 1% ตามเศรษฐกิจและสภาพอากาศ แต่ สนพ.ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่สามารถคาดการณ์สภาพอากาศว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบถึง การดำเนินการจัดรับฟังความเห็นค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ (Load Forecast) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป  ซึ่งได้มีการตั้งสมมุติฐานใน 3 ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ทำให้ต้นทุนลดต่ำลง (Disruptive Technology)  การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการขยายตัวของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน (Solar Roof Top) และยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจจะต้องนำมาตั้งสมมุติฐานในการจัดทำแผน PDP เพิ่มเติม โดย PDP ฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการนั้น จะแยกการศึกษาเชิงลึก ถึงการใช้และผลิตไฟฟ้าเป็นรายภาค รวมไปจนถึงการศึกษาเพื่อกำหนดประเภทเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าใหม่ในอนาคต

ที่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1131

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ