Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
โบรกฯ แนะซื้อ PTTEP มองกำไรปี 61 โตรับราคาผลิตภัณฑ์ปรับขึ้น,ซื้อหุ้นแหล่งบงกชเพิ่ม หนุนมูลค่าหุ้น 10-14 บาท
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
9 กุมภาพันธ์ 2561
โบรกเกอร์ แนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หลังมองกำไรสุทธิปี 61 จะเติบโตต่อเนื่องจากปีที่แล้ว รับผลบวกจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังจะเข้าซื้อสัดส่วน 22.22% ในโครงการบงกชจากกลุ่มเชลล์ ซึ่งจะทำให้มีสัดส่วนถือหุ้นในโครงการบงกชเพิ่มเป็นราว 66.66% อีกทั้งคาดว่าปีนี้จะไม่มีการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์จำนวนมากเหมือนในปีก่อน
โบรกฯ แนะซื้อPTTEP มองกำไรปี 61 โตรับราคาผลิตภัณฑ์ปรับขึ้น

ทั้งนี้ การเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในโครงการบงกช ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปีนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเข้าประมูลแหล่งบงกช ที่คาดว่ารัฐบาลจะออกเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) แหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 65-66 ทั้งแหล่งบงกชและเอราวัณในเดือน มี.ค.นั้น การเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในโครงการบงกช ยังผลักดันให้เพิ่มมูลค่าหุ้นได้ราว 10-14 บาท/หุ้นด้วย

ส่วนการที่ PTTEP เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ชนะประมูลแปลงสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวเม็กซิโกนั้น ยังมองเป็นกลางเพราะปัจจุบันยังอยู่ขั้นตอนการสำรวจ และคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในช่วงปี 70-71 จึงยังไม่มีผลต่อสมมติฐานปริมาณการผลิตรวม

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น PTTEP ที่ปรับตัวขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้เริ่มมี Upside จำกัด แต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังแนะ"ซื้อ"หรือ"ซื้อเก็งกำไร"เพราะยังมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการเข้าประมูลโครงการบงกช
พักเที่ยงราคาหุ้น PTTEP อยู่ที่ 114 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.3% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้น 0.58%

โบรกฯ แนะซื้อPTTEP มองกำไรปี 61 โตรับราคาผลิตภัณฑ์ปรับขึ้น,ซ...
นายเบญจพล สุทธิ์วนิช รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเอสแอล กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงาน PTTEP ในปีนี้จะปรับขึ้นโดดเด่นเป็นระดับ 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% จากปีที่แล้ว จากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบและราคาก๊าซธรรมชาติ โดยประเมินราคาน้ำมันดิบในปีนี้ที่ระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากราว 52 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปีที่แล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นมามากตั้งแต่ช่วงปลายปีก็จะสะท้อนมาที่ราคาก๊าซฯให้ขยับขึ้นตามในช่วงนี้ และราคาน้ำมันที่ยังยืนระดับสูงช่วงนี้ ก็จะทำให้ราคาก๊าซฯอยู่ในระดับสูงในปีนี้ด้วย

ด้านปริมาณขายปิโตรเลียมในปีนี้ จะอยู่ที่ราว 3.17 แสนบาร์เรล/วัน จากระดับ 2.99 แสนบาร์เรล/วันในปีที่แล้ว โดยเป็นปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นมาจากการเข้าซื้อหุ้นโครงการบงกชเพิ่มอีก 22.22% จากกลุ่มเชลล์ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายไตรมาส 2/61 ซึ่งจะทำให้ปริมาณขายปิโตรเลียมของ PTTEP เพิ่มขึ้นอีกปีละ 3.5 หมื่นบาร์เรล/วัน โดยปีนี้จะรับรู้ปริมาณขายส่วนเพิ่มดังกล่าวเข้ามาเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณขายในปีนี้เพิ่มขึ้น 6% และปี 62 เพิ่มขึ้น 12%

อย่างไรก็ตาม การที่ PTTEP จะซื้อหุ้นเพิ่มในโครงการบงกชดังกล่าว ด้วยเงินลงทุนราว 750 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น นับว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล และจะทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นโครงการบงกช เพิ่มเป็น 66.67% ขณะที่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ PTTEP อีกราว 10 บาท/หุ้น

"เรามีมุมมองเป็นบวกจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในแหล่งบงกช ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ PTTEP ที่ต้องการซื้อ asset ที่ operate อยู่แล้ว ราคาที่ซื้อก็โอเคเมื่อเทียบกับดีลธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอื่น ๆ ซึ่งเป็นการลงทุนไม่หนักมาก"นายเบญจพล กล่าว
นายเบญจพล กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้ PTTEP ประกาศข่าวดี 2 ข่าว นอกจากการจะเพิ่มสัดส่วนลงทุนในแหล่งบงกชแล้ว PTTEP และกลุ่มผู้ร่วมทุนยังชนะการประมูลแปลงสำรวจในอ่าวเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก จำนวน 2 แปลงด้วย แต่แปลงปิโตรเลียมดังกล่าวยังอยู่ในขั้นสำรวจคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาไม่ต่ำกว่า 10 ปี

ด้านผลการดำเนินงานระยะสั้นในปีนี้ นอกจากจะได้รับปัจจัยบวกจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นแล้ว PTTEP ยังสามารถควบคุมต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับต่ำได้ต่อเนื่อง และยังคงวางเป้าหมายมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ที่ระดับประมาณ 70% ของรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 60 อย่างไรก็ตามในด้านของการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ในปีนี้ คาดว่าจะมีไม่มากเหมือนในปีก่อนที่รับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์เพิ่มขึ้น จำนวน 511 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ของโครงการมาเรียนา ออยล์ แซนด์

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อการที่ PTTEP จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนอีก 22.22% ในโครงการบงกช จากปัจจุบันที่ถือสัดส่วนอยู่ 44.44% และเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ซึ่งจะทำให้มีปริมาณผลิตส่วนเพิ่มราว 1.7 หมื่นบาร์เรล/วันในปี 61 และปี 62 อีก 3.5 หมื่นบาร์เรล/วัน โดยจะรับรู้รายได้และกำไรทันทีในครึ่งหลังปีนี้
นอกจากนี้ยังจะทำให้ปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นราว 50 ล้านบาร์เรล/วัน (1P) แต่จะทยอยลดลงตามปริมาณผลิตในอนาคต ขณะที่ PTTEP จะเป็นผู้ถือสัดส่วนรายใหญ่ และเป็น Operator ของโครงการบงกช ก็อาจทำให้ PTTEP และ TOTAL ซึ่งเป็นพันธมิตรในโครงการดังกล่าว มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นในการเปิดประมูลโครงการบงกชที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือน มี.ค.61 ก่อนที่โครงการบงกชจะหมดอายุสัมปทานในปี 65-66

ทั้งนี้ เชื่อว่าดีลการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในโครงการบงกช ของ PTTEP จะได้รับอนุมัติจากกระทรวงพลังงาน เนื่องจากมูลค่าซื้อ (ก่อนภาษี) คิดเป็น 11.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (2P) และ PTTEP ยังรับภาระภาษีจ่ายแทนกลุ่มเชลล์ ซึ่งเป็นผู้ขาย และค่าใช้จ่ายรื้อถอน หากแพ้ประมูลโครงการบงกชด้วย โดยเบื้องต้นประเมินมูลค่าหุ้นเพิ่มจากการเข้าซื้อสัดส่วนลงทุน 22.22% ในโครงการบงกชไว้ประมาณ 14 บาท/หุ้น

บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่ามีมุมมองบวกต่อประเด็นการเข้าซื้อสัดส่วนเพิ่มในโครงการบงกช ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ PTTEP เพราะสามารถรับรู้ประโยชน์ได้ทันทีและอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย อีกทั้งยังเป็นโครงการที่ PTTEP เป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้ว โดยการเพิ่มสัดส่วนโครงการบงกชจาก 44.44% เป็น 66.67% จะทำให้ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 1.8-3.5 หมื่นบาร์เรล/วัน ในช่วงปี 61-62 หรือเพิ่มเป็น 3.2 แสนบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้น 6% ในปีนี้ และระดับ 3.35 แสนบาร์เรล/วัน หรือเพิ่มขึ้น 12% ในปี 62 ส่งผลให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 61-62 ขึ้น 5-11% เป็น 3.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปี 60 และกำไร 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปี 61

ส่วนการร่วมทุนชนะการประมูลแปลงสำรวจ 2 แห่งบริเวณทางตะวันตก และทางใต้ของอ่าวเม็กซิโก ซึ่ง PTTEP มีสัดส่วนร่วมทุน 20% และ 16.67% ตามลำดับนั้น มีมุมมองเป็นกลางเนื่องจากปัจจุบันทั้ง 2 แหล่งยังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจ คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ปี 70-71 ดังนั้น จึงยังไม่มีผลต่อสมมติฐานปริมาณการผลิต

ทั้งนี้ ได้ปรับราคาเหมาะสมสำหรับหุ้น PTTEP ขึ้น 7 บาท เป็น 123 บาท จากการรวมผลกระทบของการเพิ่มสัดส่วนในโครงการบงกชเข้าไป โดยแม้ราคาปัจจุบันหุ้นมี Upside จำกัด แต่ยังคงคำแนะนำ"ซื้อเก็งกำไร" เนื่องจากมีปัจจัยหนุนระยะสั้นรออยู่จากการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทยในเดือน มี.ค.ประกอบกับ สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่สนับสนุนการเติบโตในช่วงไตรมาส 1/61


อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq05/2779888
 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ