Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
รัฐมนตรีพลังงานส่งสัญญาณยกเลิกโควต้าพลังงานทดแทน 2,000 เมกะวัตต์ของ กฟผ.
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
9 มกราคม 2561

รัฐมนตรีพลังงาน รับไม้ต่อเอกสารด้านพลังงานที่แจกจ่ายในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่7พ.ย. 2560 โดยให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ไปพิจารณาทุกประเด็นให้แล้วเสร็จภายใน 31 มี.ค. 2561 นี้ ส่งสัญญาณเลิกโควต้าเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า รวมทั้งโควต้า 2,000 เมกะวัตต์พลังงานทดแทนของกฟผ.

 
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561 ว่าได้ส่งต่อข้อมูลด้านพลังงานที่ได้รับมาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2560 ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ไปแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอแนะหลายประการจากเอกสารดังกล่าว รวมถึงบทบาทในอนาคตและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยให้ดำเนินการให้เสร็จก่อน 31 มี.ค. 2561 ซึ่งเป็นวันที่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว หรือ แผนPDP ฉบับใหม่จะจัดทำแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตามนโยบาย ในส่วนของระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ จะยังมีรัฐวิสาหกิจ คือปตท. เป็นเจ้าของ และระบบสายส่งไฟฟ้า ก็จะยังอยู่ภายใต้ กฟผ. แต่จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันมากขึ้น  ส่วนกรณีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.เพื่อความมั่นคงไฟฟ้าประเทศควรอยู่ระดับใดนั้น จะต้องมีการศึกษาก่อน ทั้งนี้เห็นว่าตามกฎหมายมาตรา 56 ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เป็นการกำหนดสัดส่วนการเข้าถือหุ้น  ไม่ใช่สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของภาครัฐ ซึ่งหมายถึงหน่วยงานภาครัฐจะต้องถือหุ้นในโครงสร้างพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 50% เพื่อความมั่นคงพลังงาน แต่ไม่ใช่หมายถึงการกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าไว้ไม่ต่ำกว่า 50%

ทั้งนี้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าของ กฟผ.ในอนาคตนั้น จะต้องอยู่บนกรอบข้อกำหนดค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มลดลงในอนาคต จากปัจจุบันที่ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ระดับ 3.60 บาทต่อหน่วย ดังนั้นในอนาคตหาก กฟผ. หรือเอกชนสามารถผลิตไฟฟ้าได้ในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่ากรอบในแผน PDP ใหม่ ก็สามารถดำเนินการได้ ขณะที่การผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนนั้น ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรมีการกำหนดโควต้าอีกต่อไป โดยหากองค์กรใดสามารถผลิตและจำหน่ายได้ในราคาถูกก็ไม่ควรกีดกัน

โดยในการประกาศรับซื้อไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนรายเล็กมากแบบสัญญากึ่งเสถียร(VSPP) ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะประกาศในปี 2561 นี้ ขนาด 269 เมกะวัตต์ นั้นจะต้องรอดูแผน PDPใหม่ก่อนจึงจะประกาศได้ เช่นเดียวกับการขอโควต้าผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน 2,000 เมกะวัตต์ของ กฟผ.นั้น ยังไม่มีความชัดเจน เพราะส่วนตัวไม่ต้องการให้มีการให้โควต้าการผลิตอีกต่อไป

ในส่วนของ ปตท.ก็ให้ไปศึกษาการปรับบทบาท เนื่องจากต้องมีการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซฯให้เกิดการแข่งขันในระบบมากขึ้น แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มลดลงในอนาคตเช่นกัน

นายศิริ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรอบการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานในขณะนี้ ได้กำหนดความชัดเจนไว้ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.จะต้องมีการสรุปความชัดเจนเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ภาคใต้อีก 2 อาทิตย์จากนี้ ซึ่งเห็นว่าการกระจายเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นยังจำเป็นและช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ แต่ต้องดูว่าจะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าถ่านหินเท่าไหร่ และไม่จำเป็นว่าต้องสร้างที่ภาคใต้เท่านั้น อาจเลือกสร้างพื้นที่ภาคอื่นได้ เช่น ภาคตะวันออก เป็นต้น  ขณะที่ภาคใต้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซฯเพื่อความมั่นคงไฟฟ้าได้เช่นกัน ซึ่งต้องศึกษาให้ละเอียดก่อน

2.การประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุแหล่งบงกชและเอราวัณนั้น ตามกรอบเวลาจะมีความชัดเจนปลายเดือนม.ค. 2561 และออกเงื่อนไขการประมูล(TOR)ในเดือน ก.พ.2561 และ 3.การเดินหน้าผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซล่าร์รูฟท็อป)เสรี จะมีความชัดเจนกลางปี 2561 นี้   

ที่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1088

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ