Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
เตรียมเสนอศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา56 หวังปลดล็อคสัดส่วนผลิตไฟฟ้า กฟผ.50%
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
9 มกราคม 2561

"พรชัย รุจิประภา "ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านพลังงาน ระบุเอกสารการปฎิรูปพลังงานที่แจกในวงประชุมคณะรัฐมนตรี7พ.ย.2560 มีเนื้อหาบางส่วนที่สอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านพลังงานในระยะยาว โดยเตรียมเสนอศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 56  ปลดล็อคสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า 50% ของกฟผ. พร้อมเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ให้อำนาจคณะกรรมการ เข้าไปกำกับดูแล การจัดหาLNG


พรชัย รุจิประภา ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เปิดเผยกับสื่อมวลชนสายพลังงาน ถึงเอกสารการปฎิรูปด้านพลังงานที่มีการแจกในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7พ.ย. 2560  และนายกรัฐมนตรีสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปศึกษาดูความเหมาะสม โดยไม่ได้เป็นมติคณะรัฐมนตรี  ว่า เนื้อหาบางส่วนในเอกสารชุดดังกล่าว ก็เป็นเรื่องดีและประโยชน์ต่อประเทศ แต่บางเรื่อง ก็เป็นประเด็นที่จะต้องหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน  ซึ่ง เห็นว่า แนวทางการเปิดเสรีทั้งไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ โดย การลดการผูกขาดของรัฐวิสาหกิจ และเปิดให้แข่งขันกับเอกชนโดยที่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นธรรม จะช่วยให้รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานมีการปรับตัว ปรับปรุงประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และประชาชนผู้บริโภคที่จะต้องได้ใช้พลังงานในราคาที่ถูกลง  

ทั้งนี้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน พยายามที่จะมองถึงการปฎิรูปโครงสร้างทางด้านพลังงานทั้งระบบ ในระยะยาว 20 ปี ว่า ทางเลือกใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และประชาชนมากที่สุด  โดยในประเด็นที่เคยมีการระบุให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จะต้อง รักษาสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าเอาไว้ 50% เพื่อความมั่นคง นั้น ควรจะต้องมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ในมาตรา 56 ว่าหากในนโยบายจะต้องมีการลดสัดส่วนดังกล่าวลง โดยเพิ่มการแข่งขันในธุรกิจไฟฟ้าให้มากขึ้น จะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

 สำหรับมาตรา56 ในรัฐธรรมนูญปี2560 ที่ใช้ในปัจจุบัน นั้น ระบุเนื้อหาสำคัญว่า รัฐต้องจัดหรือดําเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิต ของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจําเป็นต่อ การดํารงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทําด้วยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของเอกชนหรือทําให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดมิได้

นายพรชัย กล่าวด้วยว่า การดำเนินการปฎิรูปพลังงาน ภายใต้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน  จะมีข้อเสนอและแนวทางการปฎิบัติที่สามารถทำได้จริง และต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือแผนPDP ที่จะมีการจัดทำเป็นแผนฉบับใหม่ขึ้นมา  ไม่ใช่เป็นการทบทวนแผนเดิม เพราะบริบททางด้านพลังงานนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม  โดยเห็นว่า ต้องมีการปรับปรุงทั้งบทบาทของรัฐวิสาหกิจ กฟผ. ปตท.  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง ที่เห็นว่า ควรต้องโอนย้ายมาอยู่ในกระทรวงเดียวกัน   การปรับบทบาทของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ด้วยการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ให้ กกพ.มีบทบาทในการกำกับดูแลการจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซLNG ด้วย  โดยจะต้องมีการศึกษาว่าควรจะต้องมีการทำสัญญาระยะยาว ระยะสั้น ในการซื้อขายLNG อย่างไร จึงจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ 


ที่่มา:http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1087

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ