Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
ข่าวดี แหล่งวิเชียรบุรี สำรวจพบน้ำมันดิบเพิ่ม
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
13 พฤศจิกายน 2560

ข่าวดี!!! แหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบก “แหล่งวิเชียรบุรี” เจอน้ำมันดิบเพิ่ม หลังจากขุดเจาะไป 9 หลุมตั้งแต่ปี 2559 พบว่าเจอน้ำมันดิบอยู่ 3 หลุม ปริมาณกว่า 1,600บาร์เรลต่อวัน โดยบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับสัมปทาน เตรียมผลิตน้ำมันดังกล่าวจากหลุมแรกที่พบในแปลงสำรวจ L33/43 ขึ้นมาเร็วๆนี้ 


น้ำมันดิบที่สำรวจพบหลุมแรก ในแปลงสำรวจ L33/43  เบื้องต้นพิสูจน์แล้วว่ามีประมาณ 600 บาร์เรลต่อวัน ส่วนอีก 2 หลุม คาดว่ามีปริมาณน้ำมันดิบ 500 บาร์เรลต่อวัน กำลังอยู่ขั้นตอนการยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) 

นายวีระศักดิ์? พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ซึ่งนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมแหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบก ณ แหล่งวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อเร็วๆนี้ กล่าวว่า ปัจจุบันแหล่งวิเชียรบุรี เป็นแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมบนบก ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ดำเนินการโดยกลุ่มบริษัท อิโค่ โอเรียนท์ จากฮ่องกง โดยมีบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมใน 2 แปลงด้วยกัน คือที่อำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอ ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์  มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบอยู่ที่  1,000 บาร์เรลต่อวัน  โดยมาจากพื้นที่ผลิตแหล่งนาสนุ่นตะวันออก,บ่อรังเหนือ,วิเชียรบุรีส่วนขยาย วิเชียรบุรีส่วนขยายตะวันออก ท่าโรงตะวันออก และท่าโรงเหนือ  ซึ่งบริษัทฯจะยังคงรักษาระดับการผลิตปิโตรเลียมได้ไปจนถึงการสิ้นสุดอายุสัมปทาน ในปี 2575

อย่างไรก็ตามล่าสุดได้รับรายงานจากบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ขุดหลุมสำรวจปิโตรเลียมในแหล่งวิเชียรบุรีไป 9 หลุม และได้รับข่าวดีว่าสามารถพบเจอน้ำมันดิบ 3 หลุม ได้แก่ หลุมจากแปลงสำรวจ L33/43 พิสูจน์แล้วว่ามีปริมาณน้ำมันดิบ 600 บาร์เรลต่อวัน และบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ฯ เตรียมผลิตขึ้นมาเร็วๆนี้ เนื่องจากได้รับหนังสือยืนยันจาก สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม(สผ.)ว่ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ได้ผ่านความเห็นชอบแล้ว เมื่อปลายเดือน ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา  ส่วนอีก 2 หลุมที่ขุดพบน้ำมันดิบตั้งอยู่ที่แปลงสำรวจ 44/43 คาดว่ามีปริมาณน้ำมันดิบ 500 บาร์เรลต่อวัน ขณะนี้กำลังอยู่ขั้นตอนการยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ต่อ สผ.

การสำรวจค้นพบน้ำมันดิบของแหล่งวิเชียรบุรีดังกล่าวจะส่งผลให้ในอนาคตแหล่งวิเชียรบุรีมีกำลังการผลิตได้ถึง 2,000 บาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันอัตราการไหลของน้ำมันอยู่ที่ 1,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งนับเป็นแหล่งผลิตน้ำมันบนบกที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสอง รองจากแหล่งสิริกิติ์?ที่มีปริมาณการไหลของน้ำมันดิบถึง 30,000 บาร์เรลต่อวัน 

น้ำมันดิบที่ผลิตได้จากแหล่งวิเชียรบุรี  จะนำไปเข้าสู่กระบวนการแยกสถานะที่ถังแยกสถานะ (Separator) ให้ได้น้ำมันดิบเพื่อนำไปจำหน่ายให้กับโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ส่วนของก๊าซธรรมชาติ ที่ปะปนอยู่ในน้ำมันดิบ จะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตในบางส่วน และส่วนที่เหลือจะมีการเผาทิ้งเพื่อความปลอดภัย สำหรับน้ำที่แยกได้จากกระบวนการผลิตจะอัดกลับเข้าสู่หลุมผลิตใต้ดิน โดยจะไม่มีการปล่อยของเสียออกสู่ภายนอกสู่พื้นที่สาธารณะ

นายวีระศักดิ์? กล่าวด้วยว่า แหล่งวิเชียรบุรีในอดีตเคยมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบสูงสุดถึง 10,000 บาร์เรลต่อวัน ในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 5-6 เดือนเท่านั้น และการขุดค้นพบน้ำมันดิบเพิ่มในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า แหล่งผลิตปิโตรเลียมในไทยไม่ใช่แหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ เป็นเพียงกระเปาะเล็กๆ ที่ต้องใช้ความพยายามแสวงหาน้ำมันขึ้นมา และหากเจอก็ไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้ทันที ต้องดำเนินตามขั้นตอนและกระบวนการด้านกฎหมายก่อนจึงจะผลิตได้จริง 

สำหรับแหล่งวิเชียรบุรีนี้ คาดว่ามีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่ 9.7 ล้านบาร์เรล ในระยะเวลาประมาณ 27 ปี โดยบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ฯ จะหมดระยะเวลาผลิตในปี 2575 แต่มีสิทธิ์ต่อสัมปทานได้อีก 10 ปี ตามกฎหมาย 

การที่ประเทศไทยขุดพบน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้ นอกจากนี้จะส่งผลให้การเก็บค่าภาคหลวงเพิ่มขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันสามารถเก็บค่าภาคหลวงจากกลุ่มอีโคโอเรียนท์จากฮ่องกงได้ประมาณปีละ 89 ล้านบาท 

นอกจากนี้ประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับจากกิจการปิโตรเลียมคือ เกิดเทคโนโลยีขั้นสูง เกิดการลงทุน รวมทั้งยังเกิดการจ้างงานภายในประเทศโดยตรงกว่า 2 หมื่นคน และในอุตสาหกรรมต่อเนื่องกว่า 1.5 แสนคน โดยอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โรงไฟฟ้า โรงแยกก๊าซ ปิโตรเคมี ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านล้านบาทด้วย

ที่มา:http://energynewscenter.com/index.php/news/detail/1017

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ