Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
ปตท.แต่งตัวพร้อมเดินเครื่องซื้อขายน้ำมันดิบ และ LNG จากรัสเซียในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น หลังจัดทำระบบสัญญาซื้อขายและการชำระเงินผ่านระบบธนาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้สำนักงานตั้งใหม่ที่กรุงลอนดอน เป็นตัวแทนดำเนินการ
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
11 ตุลาคม 2560


ปตท.แต่งตัวพร้อมเดินเครื่องซื้อขายน้ำมันดิบ และ LNG จากรัสเซียในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น หลังจัดทำระบบสัญญาซื้อขายและการชำระเงินผ่านระบบธนาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว  โดยจะใช้สำนักงานตั้งใหม่ที่กรุงลอนดอน เป็นตัวแทนดำเนินการ ในขณะที่ธุรกิจด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียม นั้นวางกลยุทธ์ให้ ปตท.สผ. ร่วมเป็นพันธมิตรลงทุนในประเทศที่สาม
  
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศรัสเซีย ว่า เมื่อเร็วๆนี้ กลุ่มปตท. ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานและการพัฒนาธุรกิจ กับนายอเล็กซานเดอ ดูคอล์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แก๊สพรอมเน็ฟ พีเจเอสซี (Gazpromneft PJSC) สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นบริษัทลูกของแก๊สพรอม( Gazprom) ที่ดำเนินธุรกิจปลายน้ำด้านน้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรเคมี เทรดดิ้ง 
 
ทั้งนี้การลงนามเอ็มโอยูดังกล่าว เป็นความต่อเนื่องจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ทาง ปตท. ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อเป็นพันธมิตรด้านพลังงานในระยะยาว  บริษัท Rosneft  ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ ของรัสเซีย และบริษัท Gazprom ซึ่งเป็นบริษัทแก๊สแห่งชาติของรัสเซีย
 
นายเทวินทร์ กล่าวว่า ในช่วงระหว่างทางที่ผ่านมาหลังการลงนามเอ็มโอยู ทาง ปตท. ก็ได้มีการประสานงานกับทางแก๊สพรอม  เพื่อติดตั้งระบบสัญญาต่างๆ  และระบบการชำระเงิน ให้มีความพร้อมที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งจนถึงขณะนี้ ระบบต่างๆถือว่ามีความพร้อมแล้ว  สามารถที่จะดำเนินธุรกิจซื้อขายน้ำมันดิบหรือแอลเอ็นจี ระหว่างกันได้ตามกลไกตลาด โดยหากทางแก๊สพรอมเสนอขายน้ำมันดิบ  หรือ แอลเอ็นจีคาร์โก้ เข้ามา แล้ว ปตท. เห็นว่ามีราคาที่แข่งขันได้กับคู่แข่งรายอื่นๆ  ปตท.ก็พร้อมที่จะสั่งซื้อ โดยจะใช้บริษัท ปตท.อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง ลอนดอน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกมีสำนักงานอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ  เป็นตัวแทนในการดำเนินการ 
 
ทั้งนี้ที่ผ่านมาปตท.เคยสั่งซื้อน้ำมันดิบเพียงแต่ล็อตเดียวเท่านั้น แต่ในอนาคตหากทางรัสเซียเสนอราคาที่แข่งขันได้ในตลาด ปตท. ก็จะพิจารณาซื้อเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของน้ำมันดิบและแอลเอ็นจี  โดยแก๊สพรอม มีสำนักงานอยู่ที่สิงคโปร์  ซึ่งคอยเสนอราคาแอลเอ็นจี เป็นราคาspot เข้ามาแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่น เมื่อ ปตท. มีความต้องการที่จะซื้ออยู่แล้ว
 
นอกจากนี้ในการที่ปตท. ลงนามเอ็มโอยูกับทางแก๊สพรอม ยังมีเรื่องของการ  จับมือเป็นพันธมิตร ที่จะเข้าไปร่วมประมูลและลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมในประเทศที่สาม ที่เห็นว่ามีศักยภาพในการลงทุนและ ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจคล้ายๆกัน โดยที่ ปตท. จะลงทุนผ่าน ปตท.สผ. แต่จะเป็นประเทศใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด  
 
ส่วนอีกความร่วมมืออีกเรื่องคือ ทางรัสเซียได้จัดตั้งโรงงานคาตาลีสติก หรือตัวเร่งปฏิกิริยาในกระบวนการกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งบริษัทในเครือ ปตท. ที่มีความจำเป็นต้องใช้สารตัวนี้ ก็จะพิจารณาโอกาสที่จะจัดซื้อจากรัสเซียแทนการจัดซื้อจากประเทศอื่น  เพราะโรงงานของรัสเซีย นั้นเป็นโรงงานใหม่ มีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันราคากับประเทศอื่นได้  ซึ่งนอกจากเป็นเป็นการจัดซื้อมาใช้แล้ว ก็จะพิจารณาไปถึงโอกาสในการเข้าร่วมลงทุนในโรงงานดังกล่าวด้วย
 
ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center -ENC) รายงานว่า เมื่อเดือน ก.ย. 2559 นายเทวินทร์ ได้เดินทางไปที่เมือง Vladivostok ซึ่งอยู่ในเขต Far East ของสหพันธรัฐรัสเซีย และมีการลงนามความร่วมมือด้านพลังงานกับ Rosneft ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของรัสเซีย พร้อมกันนั้นยังได้ร่วมอธิปรายในหัวข้อ Energy Cooperation within the Asia-Pacific Region: Building Bridge ในงาน Eastern Economics Forum 2016 
 
โดยการอภิปรายดังกล่าวนายเทวินทร์ ได้เสนอแนวคิดว่าไทยสามารถเป็นตลาดพลังงานของรัสเซีย เนื่องจากไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซแอลเอ็นจีมากกว่าครึ่งของความต้องการใช้ และยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่รัสเซียเป็นผู้ส่งออกปิโตรเลียมรายใหญ่ของโลก
 
นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาลไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีการลงทุนในระบบคมนาคมทุกรูปแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่ง โดยจะทำให้ไทยสามารถส่งสินค้าและพลังงานไปยังประเทศเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชาได้อย่างสะดวก ดังนั้นอาเซียนกับรัสเซียจึงเป็นเสมือนพันธมิตรกันโดยธรรมชาติ และการที่ประเทศรัสเซียมีทรัพยากรมาก ผลิตน้ำมันเป็นอันดับหนึ่งของโลก ผลิตก๊าซธรรมชาติเป็นอันดับสอง ไทยจึงควรรักษาโอกาสสร้างความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายต่อไป

ที่มา:http://energynewscenter.com/index.php/news/detail/968


 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ