Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
กระทรวงพลังงานยืนยันเจตนารมณ์ร่างของกฎหมายปิโตรเลียมที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศคำนึงถึงความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ และสอดคล้องกับศักยภาพของแหล่งทรัพยากร
หมวด : ข่าวประชาสัมพันธ์
6 กรกฎาคม 2558


กระทรวงพลังงานยืนยันเจตนารมณ์ร่างของกฎหมายปิโตรเลียมที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศคำนึงถึงความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ และสอดคล้องกับศักยภาพของแหล่งทรัพยากร

ตามที่ได้มีกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงาน (คปพ.)  นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับร่างกฎหมายปิโตรเลียม และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพลังงานในประเด็นต่างๆ ผ่านการแถลงข่าว  ต่อสาธารณชนที่มีหลายประเด็นคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง  ดังนั้น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจน แก่ทุกภาคส่วน นายคุรุจิต นาครทรรพ  ปลัดกระทรวงพลังงาน  ได้ชี้แจงรายละเอียด ดังนี้

ร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม/ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกระทรวงพลังงานที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบเมื่อวันที่   12 พฤษภาคม  2558 และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมนำเสนอคณะรัฐมนตรี และ สนช. พิจารณาต่อไป นั้น ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสภาปฏิรูปแห่งชาติและเวทีเสวนาสาธารณะหลายครั้งในรอบปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือต้องการเพิ่มทางเลือกในการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ (รอบที่21) ให้รัฐบาลพิจารณาใช้ระบบสัมปทาน Thailand III+ หรือระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) หรือทั้งสองระบบก็ได้ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสำหรับแปลงสำรวจที่จะเปิดให้มีการลงทุนโดยเอกชน ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในการจัดหาปิโตรเลียมของประเทศ

กฎหมายที่มีการนำเสนอเพื่อพิจารณาครั้งนี้จะใช้เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ มิได้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สัมปทานจะหมดอายุในปี 2565 - 2566 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้วางกรอบไว้เมื่อ 14 พฤษภาคม 2558 และมอบหมายให้กระทรวงพลังงานศึกษาแนวทางและหาข้อยุติภายในหนึ่งปี

อำนาจการให้สัมปทานหรือทำสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ในการเปิดให้ขอสิทธิ สำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมเป็นของคณะรัฐมนตรีมิใช่เป็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  จึงไม่สามารถใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคลได้

- ระบบ PSC ที่จะนำมาใช้เป็นทางเลือกในการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ คือ ระบบแบ่งปันผลผลิตที่มีต้นแบบอยู่แล้วในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA)

ปลัดกระทรวงพลังงานขอยืนยันว่าทั้งสองทางเลือก คือระบบสัมปทาน และระบบแบ่งปันผลผลิต ไม่สามารถเจรจาโดยไม่เปิดเผยตามความเข้าใจผิดๆของ คปพ.ได้ แต่ในความเป็นจริงจะกำหนดอย่างชัดเจนและเปิดเผยผ่านการออกประกาศเชิญชวนรอบใหม่เพื่อให้เกิดการแข่งขันยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุด และต้องไม่ต่ำกว่าผลประโยชน์ขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎหมาย ซึ่งระบบนี้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ปัจจุบันปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยลดลงปีละประมาณ 1.6 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะที่คนไทยใช้ก๊าซธรรมชาติปีละ 1.8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต โดยในรอบ  8  ปีที่ผ่านมาสามารถค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ในประเทศเพียง 0.039 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประเทศในการจัดหาแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติมในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามภารกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะต้องคำนึงถึงความสอดคล้องของศักยภาพของแหล่งทรัพยากร ความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ โอกาสและการดึงดูดใจทางด้านการลงทุน  ซึ่งมุ่งเน้นผลประโยชน์ประเทศชาติอย่างสูงสุด

                               
กระทรวงพลังงาน
6 กรกฎาคม 2558

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ